thaivibecoding

เอเจนต์ · โดย Google

Google AI Studio Build

Google AI Studio Build คือเอเจนต์สร้างแอปจากคำสั่งภาษาคน เป็นส่วนหนึ่งของ Google AI Studio เรียกว่า Build mode เปิดใช้บนเว็บเบราว์เซอร์ที่ aistudio.google.com/apps สร้างได้ทั้งเว็บแอปแบบ full-stack (มีทั้งหน้าจอและฝั่งเซิร์ฟเวอร์) และแอป Android แบบ native แล้ว deploy (นำแอปขึ้นออนไลน์) ไปที่ Google Cloud Run ได้จากหน้าเดียวกัน

ไปที่เว็บ Google AI Studio Build aistudio.google.com

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับคนที่เขียนโค้ดไม่เป็นแต่มีไอเดียแอป เพราะสร้างแอปได้ด้วยการพิมพ์สั่งทั้งหมด และเอเจนต์ตั้ง Firebase ติดตั้ง npm packages และต่อ Gemini API key ให้เอง
  • เหมาะกับคนที่อยากเริ่มโดยไม่ใส่บัตรเครดิต เพราะการใช้ AI Studio ไม่คิดเงินจนกว่าจะผูก API key แบบเสียเงิน และ Starter Tier ให้เผยแพร่ได้ 2 แอปโดยไม่ต้องมี billing account
  • เหมาะกับแอปที่ใช้ความสามารถของ Gemini เช่น สร้างภาพด้วย Nano Banana หรือคุยเสียงด้วย Live API เพราะ Gemini API ถูกต่อให้อัตโนมัติและเรียกจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์
  • เหมาะกับแอปที่ทำงานกับข้อมูลใน Google Workspace เช่น ตัวบันทึกค่าใช้จ่ายที่เขียนใบเสร็จลง Google Sheet หรือแดชบอร์ดสรุป Gmail ที่ยังไม่ได้อ่าน เพราะมีการเชื่อมในตัวและผู้ใช้แต่ละคนอนุญาตการเข้าถึงข้อมูลของตัวเอง
  • เหมาะกับเกมและแอปที่หลายคนใช้พร้อมกัน เพราะรองรับ multiplayer แบบ real-time และมีตัวอย่างเกม 3D ที่ใช้ Three.js
  • เหมาะกับคนที่อยากเอาโค้ดไปทำต่อเอง เพราะแอปเป็นแอปมาตรฐานที่รันใน Cloud Run container ดาวน์โหลดเป็น ZIP หรือ sync กับ GitHub ได้

ไม่เหมาะกับ

  • คนที่อยากได้แอป iOS ควรดูตัวอื่น เพราะ Google AI Studio ไม่รองรับการสร้างแอป iOS ทำได้แค่เปิดเว็บแอปผ่านเบราว์เซอร์บน iPhone
  • คนที่จะปล่อยแอป Android ขึ้น Play Store ให้คนทั่วไปโหลดจากในนี้เลย ยังไม่เหมาะ เพราะเผยแพร่ได้แค่ internal testing track ไม่เกิน 100 คน ส่วน production ต้องไปจัดการใน Play Console เอง
  • คนที่จะใส่ข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนตัวตอนใช้แบบฟรี ควรเลี่ยง เพราะเนื้อหาที่ส่งและผลลัพธ์ถูกใช้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของ Google และอาจมีคนอ่านตรวจ
  • คนที่ต้องการร้านค้าออนไลน์ที่มีระบบรับเงินสำเร็จรูป ยังไม่เหมาะ เพราะไม่มีระบบรับเงินในตัว ต้องสมัคร Stripe เองแล้วใส่ API key ที่ Settings > Secrets
  • ทีมที่อยากแก้แอปพร้อมกันแบบ real-time ควรดูตัวอื่น เพราะไม่รองรับการแก้ไขร่วมกันแบบ real-time ต้องทำงานร่วมกันผ่าน GitHub repository
  • คนอายุต่ำกว่า 18 ปี และแอปที่ทำให้เด็กใช้ ไม่เข้าเงื่อนไข เพราะผู้ใช้ต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป และแอปต้องไม่มุ่งไปที่คนอายุต่ำกว่า 18 ปี

ทำได้แค่ไหน

  • พิมพ์อธิบายแอปที่อยากได้ แล้วได้โค้ด ไฟล์ และ live preview ทางขวาของจอ เว็บแอปที่ได้มีหน้าจอ React เป็นค่าเริ่มต้น และมี Node.js runtime ฝั่งเซิร์ฟเวอร์
  • สร้างแอป Android แบบ native ด้วย Kotlin และ Jetpack Compose และดูตัวอย่างใน Android emulator บนเบราว์เซอร์ โดยไม่ต้องติดตั้ง Android SDK หรือ Android Studio
  • เอเจนต์ตั้งค่า Firebase ให้เอง ทั้ง Cloud Firestore ซึ่งเป็น database (ที่เก็บข้อมูลของแอป) และ Firebase Authentication (ระบบล็อกอินสมาชิก) แล้วเขียนโค้ดเชื่อมให้
  • ต่อ Gemini API เข้าแอปให้อัตโนมัติ โดยเก็บ GEMINI_API_KEY เป็น secret ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ และเพิ่มความสามารถอย่างการสร้างภาพหรือข้อมูล Google Maps ได้ด้วย AI Chips
  • เชื่อม Google Workspace ได้ในตัว ได้แก่ Calendar, Chat, Docs, Drive, Forms, Gmail, Keep, Meet, Contacts, Sheets, Slides และ Tasks โดยไม่ต้องตั้งค่า OAuth หรือ Google Cloud project เอง
  • กด Publish แล้วได้ Cloud Run URL ของแอปที่ออนไลน์จริง และ sync โค้ดสองทางกับ GitHub หรือดาวน์โหลดเป็นไฟล์ ZIP ได้

ใช้กับงานแบบไหนได้

คนที่เขียนโค้ดไม่เป็นเลยได้

สร้างแอปได้ด้วยการพิมพ์สั่งทั้งหมด เอเจนต์ตั้ง Firebase ติดตั้ง npm packages และต่อ Gemini API key ให้เอง แต่เงื่อนไขการใช้เขียนว่า AI Studio มีไว้สำหรับนักพัฒนาที่ทำงานเชิงธุรกิจ และคุณต้องตรวจ Security Rules ที่ AI สร้างเอง

สร้างฟรีได้บางส่วน

การใช้ AI Studio ไม่คิดเงินจนกว่าจะผูก API key แบบเสียเงิน และ Starter Tier เผยแพร่ได้ 2 แอปโดยไม่ต้องมี billing account แต่ไม่ใช่ทุกบัญชีที่ได้ Starter Tier ไม่ได้บอกขนาดโควตาฟรี และเนื้อหาที่ใช้แบบฟรีถูกนำไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของ Google

เว็บไซต์หรือหน้า landing pageยังไม่ชัด

ยังไม่มีข้อมูลเรื่องการทำเว็บไซต์ธรรมดาหรือหน้า landing page สิ่งที่สร้างได้คือเว็บแอปที่มีหน้าจอ React และ Node.js runtime ซึ่ง deploy ไปที่ Cloud Run

เว็บแอปที่มีระบบสมาชิกและฐานข้อมูลได้

เอเจนต์สร้าง Cloud Firestore และ Firebase Authentication แบบ Google Sign-In แล้วเขียนโค้ดให้ ส่วนวิธีล็อกอินแบบอื่นต้องไปเปิดเองใน Firebase console

แอปมือถือ iOS หรือ Androidได้บางส่วน

ทำแอป Android แบบ native ด้วย Kotlin และ Jetpack Compose ได้ แต่เผยแพร่ขึ้น Play Store ได้แค่ internal testing track และไม่รองรับการสร้างแอป iOS

เอาโค้ดออกไปแก้หรือโฮสต์ที่อื่นได้

เว็บแอปดาวน์โหลดเป็น ZIP และ sync สองทางกับ GitHub ได้ แอปเป็นแอปมาตรฐานที่รันใน Cloud Run container จึงไปโฮสต์ที่อื่นได้เมื่อตั้งค่า GEMINI_API_KEY ส่วนโปรเจกต์ Android ได้แค่ ZIP

เผยแพร่บนโดเมนของตัวเองยังไม่ชัด

ยังไม่มีข้อมูลเรื่องการต่อโดเมนของตัวเอง ที่อยู่ที่ได้คือ Cloud Run URL และ subdomain ใต้ ai.studio เช่น https://your-app-name.ai.studio

สั่งเป็นภาษาไทยและทำแอปภาษาไทยยังไม่ชัด

ยังไม่มีข้อมูลว่าสั่ง Build mode เป็นภาษาไทยหรือทำแอปภาษาไทยได้แค่ไหน ที่ชัดคือ Google AI Studio ใช้ได้ในประเทศไทย และคู่มือ Build mode มีฉบับภาษาไทยที่แปลด้วย AI

วิธีเริ่มใช้

ก่อนเริ่ม

  1. เตรียม Google Account ถ้าเปิด aistudio.google.com/apps โดยยังไม่ล็อกอิน จะถูกพาไปหน้าล็อกอินของ Google
  2. ตรวจว่าอายุ 18 ปีขึ้นไป บางบัญชีต้องยืนยันอายุใน Google Account ก่อน
  3. ยอมรับ Terms of Service ผู้ใช้ใหม่จะได้ Google Cloud project และ API key (รหัสเรียกใช้บริการ) เริ่มต้นให้อัตโนมัติ
  4. ถ้ามีบัญชี Google Cloud อยู่แล้ว จะไม่ได้ project เริ่มต้น ต้อง import project ที่มีอยู่เข้ามาเอง
  5. ถ้าใช้บัญชี Google Workspace ของที่ทำงานแล้วเข้าไม่ได้ แสดงว่าแอดมินปิด AI Studio ไว้

เว็บ

  1. เปิด Build mode ที่ https://aistudio.google.com/apps หรือเลือกจากแถบเมนูด้านซ้ายของ Google AI Studio
  2. เลือกแพลตฟอร์มใน platform picker เป็น web app (ค่าเริ่มต้น) หรือ Android
  3. พิมพ์อธิบายแอปในช่องข้อความ จะเลือก AI Chips เพื่อเพิ่มความสามารถ เช่น การสร้างภาพหรือข้อมูล Google Maps หรือกดปุ่ม speech-to-text เพื่อพูดแทนพิมพ์ก็ได้
  4. ถ้ายังไม่มีไอเดีย กด I'm Feeling Lucky เพื่อให้สุ่มไอเดียโปรเจกต์ หรือเปิดโปรเจกต์ใน App Gallery แล้วเลือก Copy App
  5. ถ้ามีโค้ดอยู่แล้ว เลือก Import from GitHub จากเมนู Add files (+)
  6. รัน prompt แล้วรอโค้ดและไฟล์ถูกสร้าง live preview จะขึ้นทางขวา และดูโค้ดได้ที่แท็บ Code
  7. สั่งแก้ในแผงแชต หรือใช้ annotation mode ไฮไลต์ส่วนของหน้าจอแล้วบอกสิ่งที่อยากเปลี่ยน หรือแก้เองในแท็บ Code

เพิ่มฐานข้อมูลและระบบล็อกอิน

  1. พิมพ์สั่งเอเจนต์ว่า add a database to my app หรือ set up Google Sign-in
  2. กด Enable Firebase ในการ์ดที่ขึ้นมา
  3. ตรวจ Firebase Security Rules ที่เอเจนต์สร้างก่อนแชร์หรือเผยแพร่แอป
  4. ถ้าอยากได้วิธีล็อกอินอื่นนอกจาก Google Sign-In ให้เปิดเองใน Firebase console แล้วสั่งเอเจนต์ให้แก้โค้ดตาม

แชร์และเผยแพร่เว็บแอป

  1. กดเมนู Share ที่มุมขวาบนเพื่อแชร์ให้คนอื่น คนที่ได้รับแชร์จะเปิดแอปผ่าน Shared URL
  2. กด Publish ที่มุมขวาบน
  3. กด Get Started
  4. ตั้ง Custom URL ถ้าต้องการ subdomain ใต้ ai.studio
  5. กด Publish App แล้วรับ Cloud Run URL ของแอปที่ออนไลน์แล้ว

Android

  1. เลือก Android ใน platform picker แล้วพิมพ์อธิบายแอป
  2. ดูตัวอย่างใน Android emulator ที่รันบนคลาวด์ในเบราว์เซอร์
  3. ติดตั้ง APK ลงมือถือจริงผ่านสาย USB จากเบราว์เซอร์ Chrome หรือ Edge โดยเปิด USB debugging ที่มือถือ
  4. ถ้าจะขึ้น Play Store สมัคร Google Play Developer account (ค่าลงทะเบียนครั้งเดียว $25) แล้วเผยแพร่ไปที่ internal testing track
  5. ถ้าจะทำต่อใน Android Studio ให้ดาวน์โหลดโปรเจกต์เป็น ZIP

สร้างอะไรได้บ้าง

เว็บแอปผลลัพธ์เริ่มต้นเป็นเว็บแอปแบบ full-stack มีหน้าจอฝั่งเบราว์เซอร์ (React เป็นค่าเริ่มต้น) และ Node.js runtime ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ที่เรียก API อย่างปลอดภัย ต่อฐานข้อมูล และใช้ npm packages ได้
Frameworkรองรับ React, Angular และ Next.js เลือกได้ในแผง Settings
แอป Androidเป็นแอป native ด้วย Kotlin และ Jetpack Compose เป็นโปรเจกต์ Gradle มาตรฐาน มี build.gradle.kts ธีม Material 3 และโครงสร้างแบบ single-activity ที่ใช้ ViewModels
ข้อจำกัดของ Androidทำได้เฉพาะฝั่ง client ไม่มีฝั่งเซิร์ฟเวอร์ เป็น single-activity และ single-module เท่านั้น ไม่รองรับ Java, XML layouts, NDK, Wear OS และ Android TV รองรับแค่มือถือและแท็บเล็ต ส่วน emulator ไม่มีกล้อง NFC Bluetooth GPS จริง และ Google Play services
แอป iOSไม่รองรับการสร้างแอป iOS เว็บแอปที่สร้างเปิดเป็น mobile web app จากเบราว์เซอร์บนมือถือได้ รวมถึง iOS
เกมทำเกม multiplayer แบบ real-time ได้ ตัวอย่างคือเกมเลเซอร์แท็กมุมมองบุคคลที่หนึ่งชื่อ Neon Arena และเกม 3D ที่มีฟิสิกส์ด้วย Three.js ชื่อ Neon Claw
แอปที่ใช้ AIออกแบบมาเพื่อทำแอปที่ใช้ความสามารถของ Gemini เช่น Nano Banana (สร้างภาพ) และ Live API ตัวอย่างที่ยกไว้มีแอปสร้างวิดีโอจากสคริปต์ด้วย Veo แอปแก้ภาพด้วย Nano Banana และแอปช่วยเขียนที่ตรวจแหล่งอ้างอิงด้วย Google Search
ตัวอย่างและการ importไม่มีคลัง template แต่มี App Gallery ที่รวมไอเดียโปรเจกต์ให้ดูตัวอย่างแล้วกด Copy App ไปแก้ต่อ และ import โปรเจกต์ที่มีอยู่จาก GitHub ได้ ยังไม่มีข้อมูลเรื่อง import จาก Figma หรือจากภาพหน้าจอ

ฐานข้อมูล ระบบสมาชิก และการรับเงิน

ฐานข้อมูลใช้ Cloud Firestore ผ่านการเชื่อม Firebase ในตัว เอเจนต์สร้างและตั้งค่า Firebase project ต่อเข้ากับแอป และเขียนโค้ดให้ เช่น /src/lib/firebase.ts และ firestore.rules เริ่มได้โดยไม่ต้องมี Cloud Billing account
ฐานข้อมูลภายนอกต่อฐานข้อมูลภายนอกได้ด้วย key ของตัวเองที่เก็บเป็น secret เช่น Supabase, Firebase หรือ MongoDB Atlas ใช้ได้กับที่เก็บข้อมูลที่เข้าถึงผ่านเครือข่ายได้ ตราบใดที่ไม่มี firewall กันการเข้าถึงจาก dynamic IP range
ระบบสมาชิกใช้ Firebase Authentication ที่เอเจนต์ตั้งเป็น Google Sign-In (Sign in with Google) วิธีล็อกอินอื่นต้องเปิดเองใน Firebase console แล้วสั่งเอเจนต์ให้แก้โค้ด
Security Rulesเอเจนต์สร้าง Firebase Security Rules แบบ default deny (ปิดการเข้าถึงไว้ก่อน) คุณต้องตรวจเองก่อนแชร์หรือเผยแพร่ Google และ Firebase ไม่รับผิดชอบต่อช่องโหว่ในกฎที่ AI สร้าง และกฎที่แก้ด้วยมือใน Firebase console จะถูกเขียนทับเมื่อเอเจนต์ทำงานรอบถัดไป
โค้ดฝั่งเซิร์ฟเวอร์มี Node.js runtime ในแอป รันโค้ดที่ไม่เปิดให้ฝั่งผู้ใช้เห็น ใช้ npm packages ที่เอเจนต์ติดตั้งให้โดยไม่ต้องรัน npm install เอง และอ่าน secrets (ค่าลับ เช่น API key) เป็น environment variables
การรับเงินไม่มีระบบรับเงินในตัว Stripe ถูกยกเป็นตัวอย่างบริการภายนอกที่ต่อได้ด้วยการใส่ API key ของตัวเองที่ Settings > Secrets
อีเมลไม่มีบริการส่งอีเมลในตัว SendGrid ต่อได้ด้วย key ของตัวเอง ส่วนการเชื่อม Gmail ให้แอปอ่าน ส่ง และจัดการอีเมลของผู้ใช้ที่ล็อกอินอยู่
Android กับ Firebaseข้อมูลสองหน้าไม่ตรงกัน หน้าแนะนำ Android บอกว่าแอป Android ทำได้เฉพาะฝั่ง client และ Firebase, Workspace APIs, secrets และ multiplayer มีเฉพาะเว็บ ขณะที่หน้า Firebase บอกว่ารองรับ Cloud Firestore และ Authentication ทั้งเว็บและ Android โดยฝั่ง Android กำลังทยอยเปิด

แก้ไขแอปหลังสร้าง

แชตสั่งแก้ เพิ่มฟีเจอร์ หรือเปลี่ยนหน้าตาในแผงแชตของ Build mode เอเจนต์จำ prompt ก่อนหน้าและสถานะของไฟล์ และจัดการหลายไฟล์ได้
Annotation modeไฮไลต์ส่วนใดก็ได้ของหน้าจอแอป แล้วพิมพ์บอกสิ่งที่อยากเปลี่ยน เช่น Make this button blue
แก้โค้ดเองแก้โค้ดได้โดยตรงในแท็บ Code ของแผง preview
แก้ errorเมื่อ build ไม่ผ่าน ให้สั่งเอเจนต์ว่า fix any build issues with the current code ส่วน error เรื่องสิทธิ์ของ Firestore มีปุ่ม Fix error ที่สั่งเอเจนต์แก้ Security Rules ให้
ประวัติและการย้อนกลับยังไม่มีข้อมูลเรื่อง version history หรือการย้อนกลับใน Build mode ทางที่มีคือ push การแก้ไขขึ้น GitHub พร้อม commit message ที่ AI เขียนให้ และมีคำแนะนำให้ commit บ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนแก้ครั้งใหญ่
กลับมาทำต่อปิดแท็บเบราว์เซอร์แล้วกลับมา แอปยังอยู่ที่จุดเดิม และเข้าถึงข้อมูลได้ข้ามอุปกรณ์และ session

เผยแพร่และโดเมน

ที่โฮสต์เผยแพร่ไปที่ Google Cloud Run การ deploy แต่ละครั้งสร้าง Cloud Run service หนึ่งตัวและให้ URL สาธารณะ ค่าใช้ Cloud Run อาจคิดตามการใช้งาน
เผยแพร่ฟรีGoogle Cloud Starter Tier ให้บัญชีที่เข้าเงื่อนไขเผยแพร่แอป full-stack ได้สูงสุด 2 แอป โดยไม่ต้องมี Google Cloud project, billing account หรือบัตรเครดิต ถ้ามีครบ 2 แอปแล้วต้อง unpublish หนึ่งแอปหรืออัปเกรดเป็นบัญชีเสียเงิน
ใครไม่ได้ Starter Tierบัญชีอาจไม่เข้าเงื่อนไขถ้าล็อกอินด้วย Google Workspace (ทั้งแบบเสียเงิน ฟรี Education และ Nonprofits) หรือมีหรือเคยมี Google Cloud billing account แบบเสียเงิน หรือบัญชีมีประวัติการใช้งานไม่พอ ฝ่ายซัพพอร์ตแก้ผลนี้ไม่ได้ และ Starter Tier ใช้กับแอป Android ไม่ได้
เผยแพร่แบบ standardต้องมี Google Cloud project ที่ผูกกับบัญชี AI Studio และเปิด billing โปรเจกต์ Starter Tier อัปเกรดเป็นแบบ standard ได้โดยแอปไม่ล่ม ข้อมูล ฐานข้อมูล และ URL เดิมยังอยู่ หลังจากนั้นคิดเงินตามราคา Google Cloud ปกติ
ที่อยู่ของแอปได้ Cloud Run URL เป็นค่าเริ่มต้น และตั้ง subdomain ใต้ ai.studio ได้ เช่น https://your-app-name.ai.studio ชื่อนี้ห้ามซ้ำทั้งระบบ ใครจองก่อนได้ก่อน และถูกปล่อยคืนเมื่อ unpublish หรือลบแอป
โดเมนของตัวเองยังไม่มีข้อมูลเรื่องการต่อ custom domain (ชื่อเว็บของตัวเอง) กับแอปที่เผยแพร่ และยังไม่มีข้อมูลว่ามีป้ายหรือโลโก้ Google ติดบนแอปหรือไม่
แชร์ใน AI Studioแอปเป็นส่วนตัวตั้งแต่ต้น แชร์ให้ผู้ใช้อื่นได้ คนที่ได้รับแชร์เห็นโค้ดและ fork (คัดลอกไปทำต่อ) ได้ ถ้าให้สิทธิ์ edit เขาแก้โค้ดได้
เผยแพร่แอป Androidติดตั้ง APK ลงมือถือจริงผ่าน USB จากเบราว์เซอร์ (WebUSB บน Chrome หรือ Edge) หรือเผยแพร่ไปที่ internal testing track ของ Google Play Console ได้ไม่เกิน 100 คน AI Studio เซ็น APK ด้วย keystore ที่จัดการให้ ส่วน production ต้องจัดการใน Play Console เอง

เอาโค้ดออกและแก้ต่อเอง

สิทธิ์ในโค้ดGoogle ไม่อ้างความเป็นเจ้าของเนื้อหาที่คุณสร้าง แต่ Google อาจสร้างเนื้อหาที่เหมือนหรือคล้ายกันให้คนอื่นได้ และคุณรับผิดชอบการใช้เนื้อหาที่สร้างขึ้นเอง รวมถึงโค้ด
ดาวน์โหลด ZIPexport โค้ดเป็นไฟล์ ZIP แล้วเปิดใน code editor ของตัวเองได้ โปรเจกต์ Android ดาวน์โหลดเป็น ZIP ไปทำต่อใน Android Studio ได้
GitHubเว็บแอป sync สองทางกับ GitHub ได้ สร้าง repository (ที่เก็บโค้ดโปรเจกต์) ใหม่หรือผูกกับตัวที่มีอยู่ที่ Settings > GitHub แล้ว push การแก้ไขจาก AI Studio และ pull การแก้ไขที่ทำในเครื่องหรือโดยเพื่อนร่วมทีม มีหน้าต่าง Resolve conflicts ที่เทียบโค้ดสองฝั่ง
GitHub ของ Androidโปรเจกต์ Android ได้แค่ดาวน์โหลด ZIP ยังไม่มีการ export ไป GitHub
โฮสต์ที่อื่นแอปเป็นแอปมาตรฐานที่รันใน Cloud Run container จึงนำ ZIP ไปโฮสต์ที่อื่นได้ โดยต้องตั้ง environment variable ชื่อ GEMINI_API_KEY ในที่โฮสต์ใหม่ ไม่มีปุ่ม deploy ไปผู้ให้บริการโฮสต์รายอื่น
สิ่งที่เปลี่ยนภายหลังไม่ได้Firebase project และ location ที่เลือกตอนเพิ่มฟีเจอร์แรก ถูกใช้กับบริการ Firebase และ Google Cloud ทั้งหมดที่ตามมา รวมถึง Cloud Run เปลี่ยน location ไม่ได้ และต้องใช้ project เดียวกันทั้ง backend และการ deploy
ส่งต่อไป Google Antigravityมีการประกาศเมื่อ Mar 18, 2026 ว่าจะส่งแอปจาก Google AI Studio ไป Google Antigravity ได้ในคลิกเดียว ยังไม่ชัดว่าเปิดให้ใช้แล้วหรือยัง

ใช้โมเดลอะไร

เอเจนต์ที่สร้างแอปใช้ Antigravity Agent ส่วนหลักของ agent harness จาก Google Antigravity เป็นตัวขับ Build mode
โมเดลที่ใช้สร้างไม่ได้บอกว่า Build mode ใช้ Gemini รุ่นใด บอกแค่ว่า AI Studio ทำงานร่วมกับโมเดล Gemini รุ่นใหม่ของ Google
เลือกโมเดลเองยังไม่มีข้อมูลว่าเลือกโมเดลที่ใช้สร้างแอปเองได้หรือไม่
โมเดลในแอปที่สร้างแอปที่สร้างเรียก Gemini API ด้วย key ของเจ้าของแอป รายชื่อโมเดลของ Gemini API มี Gemini 3.8 Flash, Gemini 3.6 Flash, Gemini 3.5 Flash-Lite, Gemini 3.1 Flash-Lite, Nano Banana 2.1, Nano Banana Pro และ Gemini 3.1 Pro (Preview)
Gemini 3.1 Pro (Preview)ถูกอธิบายว่ามีความสามารถด้าน agentic และ vibe coding แต่ไม่ได้บอกว่า Build mode ใช้โมเดลนี้

ภาษาไทยและการใช้ในไทย

ใช้ในไทยประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่ใช้ Gemini API และ Google AI Studio ได้
คู่มือภาษาไทยคู่มือ Build mode มีฉบับภาษาไทยที่แปลด้วย AI และมีประกาศกำกับว่าคำแปลอาจผิดพลาด
หน้าจอภาษาไทยยังไม่มีข้อมูลว่าหน้าจอของ AI Studio มีภาษาไทยหรือไม่
สั่งเป็นภาษาไทยยังไม่มีข้อมูลว่าสั่ง Build mode เป็นภาษาไทยได้แค่ไหน และยังไม่มีข้อมูลเรื่องการทำแอปภาษาไทยหรือแอปหลายภาษา
ข้อมูลของผู้ใช้ฟรีในไทยกฎที่ให้การใช้แบบฟรีได้เงื่อนไขข้อมูลแบบ Paid Services มีเฉพาะเขตเศรษฐกิจยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร การใช้ฟรีจากไทยจึงอยู่ใต้เงื่อนไข Unpaid Services ที่นำเนื้อหาไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของ Google
ราคาเป็นบาทราคาแสดงเป็นดอลลาร์สหรัฐ ยังไม่มีข้อมูลราคาเป็นบาท

ข้อมูลและความเป็นส่วนตัว

ใครเห็นแอปแอปเป็นส่วนตัวตั้งแต่ต้น เฉพาะคนที่คุณแชร์ให้เท่านั้นที่ใช้ได้ และคนกลุ่มนี้เห็นโค้ดกับ fork แอปได้
ใช้แบบฟรีใน Unpaid Services ซึ่งรวม Google AI Studio และโควตาฟรีของ Gemini API Google ใช้เนื้อหาที่ส่งและคำตอบที่สร้าง เพื่อให้บริการ ปรับปรุง และพัฒนาผลิตภัณฑ์กับเทคโนโลยี machine learning คนตรวจอาจอ่านและใส่คำอธิบายข้อมูลหลังแยกออกจาก Google Account, API key และ Cloud project แล้ว จึงไม่ควรใส่ข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนบุคคล
ใช้แบบเสียเงินใน Paid Services Google ไม่ใช้ prompt และคำตอบไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และประมวลผลตาม Data Processing Addendum โดยเก็บ log ช่วงเวลาจำกัดเพื่อตรวจการละเมิด Prohibited Use Policy เท่านั้น
เมื่อใดนับเป็น Paid Servicesการใช้ Google AI Studio นับเป็น Paid Service แม้ไม่เสียเงิน ถ้าบัญชีเข้าถึง Cloud Project ที่มี Cloud Billing account ที่เปิดใช้อยู่ หรือเป็นบัญชี Workspace แบบ enterprise กล่าวคือมี API project อย่างน้อย 1 ตัวที่เปิด billing
API keyGemini API key ถูกเก็บเป็น secret ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ไม่อยู่ในโค้ดฝั่งเบราว์เซอร์ และคนที่ได้รับแชร์แอปมองไม่เห็น
การตรวจนโยบายGoogle ตรวจแอปตามนโยบายโดยอัตโนมัติ แอปที่ผิด เช่น malware, phishing หรือการแอบอ้างตัวตน จะถูกลบออกจาก AI Studio ยื่นอุทธรณ์ได้ และการทำผิดซ้ำอาจทำให้เสียสิทธิ์ใช้ AI Studio
ความรับผิดชอบของเจ้าของแอปเจ้าของแอปรับผิดชอบพฤติกรรมของแอปและข้อมูลทั้งหมดที่แอปจัดการ รวมถึงการทำตามกฎหมาย การดูแลเนื้อหา และการใช้งานอย่างปลอดภัย
Zero data retentionการรับประกัน zero data retention หรือข้อตกลงประมวลผลข้อมูลระดับองค์กร ต้องใช้ Vertex AI / Gemini Enterprise Agent Platform ไม่ใช่ Gemini Developer API

สำหรับทีมและบริษัท

ทำงานร่วมกันไม่รองรับการแก้ไขร่วมกันแบบ real-time ทำงานร่วมกันได้ด้วยการผูกแอปกับ GitHub repository ที่ใช้ร่วมกัน เพื่อนร่วมทีม push หรือเปิด pull request แล้วคุณ pull การแก้ไขเข้ามาใน AI Studio
แอดมิน Google Workspaceแอดมินเปิดหรือปิด AI Studio ให้ผู้ใช้เป็นกลุ่มหรือเป็นหน่วยงานได้ ค่าเริ่มต้นเปิดอยู่ในทุก edition และผู้ใช้ Education ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีถูกบล็อก
สิทธิ์ของสมาชิกการเข้าถึง API key, แดชบอร์ดการใช้งาน, billing และ spend cap เป็นไปตามบทบาท Google Cloud IAM ของ project ที่ผูกไว้ คือ Owner, Editor, Viewer หรือสิทธิ์แบบละเอียด
โปรเจกต์ขององค์กรต่อแอปใน AI Studio เข้ากับ Firebase project ที่มีอยู่ใน Google Cloud folder ขององค์กรได้
Team workspace และ SSOยังไม่มีข้อมูลเรื่อง team workspace หรือ SSO ของ Build mode

ราคาและแผน

แผนราคาได้อะไรบ้าง
FreeFree of chargeบัญชีใหม่เริ่มที่ Free Tier ใช้ Google AI Studio ได้ เข้าถึงบางโมเดลแบบจำกัด input และ output tokens ไม่คิดเงินภายใน rate limit ของ free tier เนื้อหาถูกใช้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของ Google ไม่ได้บอกขนาดโควตาฟรีของ Build mode
Paid (Tier 1, Tier 2, Tier 3)ไม่มีค่ารายเดือน จ่ายตาม token เติมเงินล่วงหน้าขั้นต่ำ $5ต้องผูก billing account ได้ rate limit สูงขึ้น context caching, Batch API และโมเดลขั้นสูงของ Google เนื้อหาไม่ถูกใช้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างราคา Gemini 3.8 Flash คือ input $0.75 และ output $3.75 ต่อ 1,000,000 tokens ถึง December 31, 2026 แล้วเป็น $1.50 และ $7.50 ตั้งแต่ January 1, 2027 เพดานใช้จ่ายต่อเดือนคือ Tier 1 $250, Tier 2 $2,000 และ Tier 3 $20,000 - $100,000+
EnterpriseContact Salesทำงานบน Gemini Enterprise Agent Platform ได้ทุกอย่างใน Paid และเลือกเพิ่มช่องทางซัพพอร์ตเฉพาะ ความปลอดภัยและ compliance ขั้นสูง provisioned throughput และส่วนลดตามปริมาณ
Google Cloud Starter Tier (ค่าโฮสต์)ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องใช้บัตรเครดิตเผยแพร่ได้สูงสุด 2 แอป พร้อมโควตาฟรีของโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลัง เกินจากนี้คิดตามราคา Google Cloud ปกติผ่าน Cloud Billing account ไม่ได้บอกราคา Cloud Run ที่แน่นอน และไม่ใช่ทุกบัญชีที่เข้าเงื่อนไข
Firebase (ฐานข้อมูลและระบบสมาชิก)เริ่มฟรี แล้วจ่ายตามการใช้ในแผน Blazeฐานข้อมูล Firestore ที่เอเจนต์สร้างอยู่ในกลุ่มโควตาร่วมแบบไม่คิดเงิน ถ้าจะใช้เกินต้องเพิ่ม billing (แผน Blaze แบบ pay-as-you-go) แล้วกด Upgrade database ใน Firebase console ทีละฐานข้อมูล

ข้อจำกัดและสิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่ม

  • Starter Tier เผยแพร่ได้ไม่เกิน 2 แอป รันใน Cloud Run region เดียว Google เป็นผู้จัดการ region, IAM roles, quotas และการเปิด API และเปิด Google Cloud API อื่นใน project นั้นไม่ได้
  • โควตาร่วมของ Firestore ซึ่งทุกฐานข้อมูลที่เอเจนต์สร้างใน project เดียวกันใช้ร่วมกัน คือเก็บข้อมูลรวม 1 GiB ส่งข้อมูลออก 10 GiB ต่อเดือน เขียน 40,000 ครั้งต่อวัน อ่าน 50,000 ครั้งต่อวัน และ real-time updates 50,000 ครั้งต่อวัน เมื่อชนเพดานรายวัน บริการหยุดทุกฐานข้อมูลในกลุ่มจนถึงราวเที่ยงคืนเวลา Pacific
  • ถ้า Firebase project มีฐานข้อมูล Cloud Firestore อยู่แล้ว เอเจนต์เพิ่มอีกตัวไม่ได้ ต้องเลือก project อื่นหรือ project ใหม่ที่ว่าง
  • rate limit ของ Gemini API นับต่อ project ไม่ใช่ต่อ API key วัดเป็นคำขอต่อนาที token ต่อนาที และคำขอต่อวัน โดยคำขอต่อวันรีเซ็ตตอนเที่ยงคืนเวลา Pacific ตัวเลขของ free tier ดูได้เฉพาะใน AI Studio ที่ aistudio.google.com/rate-limit และไม่รับประกันว่าจะได้ตามตัวเลขนั้น
  • แอป Android เผยแพร่ขึ้น Play Store ได้แค่ internal testing track ไม่เกิน 100 คน
  • แอปที่ใช้ไมโครโฟน เว็บแคม หรือ Navigator API อื่น ต้องให้ผู้ใช้กดยอมรับเพิ่ม โดยผู้สร้างใส่รายการไว้ใต้ requestFramePermissions ในไฟล์ metadata.json ของแอป
  • แอปที่แชร์อาจขึ้น 403 Access Restricted กับผู้ใช้ เพราะส่วนขยายเบราว์เซอร์ด้านความเป็นส่วนตัว เช่น Privacy Badger หรือเพราะโค้ดปัจจุบัน build ไม่ผ่าน ส่วน 403 ในตัว AI Studio มักแปลว่าผู้ใช้อยู่นอกภูมิภาคที่รองรับ
  • ไม่ได้บอกเพดานของ Build mode ในเรื่องจำนวนโปรเจกต์ ขนาดโปรเจกต์ จำนวน prompt ต่อวัน ขนาดไฟล์ที่อัปโหลด และปริมาณผู้เข้าชมแอปที่โฮสต์
  • แอปที่แชร์หรือเผยแพร่ใช้ Gemini API key ของเจ้าของแอป การเรียก AI ของผู้ใช้ทุกคนนับเข้าโควตาของเจ้าของ และเสียเงินถ้าใช้โมเดลแบบเสียเงิน AI Studio จะเตือนตอนตั้งค่าและก่อนแชร์ถ้าแอปอาจมีค่าใช้จ่าย
  • การใช้แบบฟรี prompt ไฟล์ที่อัปโหลด และผลลัพธ์ ถูกใช้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของ Google และอาจมีคนอ่านตรวจ จึงไม่ควรใส่ข้อมูลลับ ข้อมูลภายในบริษัท หรือข้อมูลส่วนบุคคล
  • การเผยแพร่ฟรีขึ้นกับว่าบัญชีได้ Starter Tier หรือไม่ ซึ่ง Google เป็นผู้ตัดสินและฝ่ายซัพพอร์ตแก้ไม่ได้ บัญชี Google Workspace และบัญชีที่มีหรือเคยมี Cloud billing account แบบเสียเงินอาจไม่ได้ และต้องผูก billing account จึงจะเผยแพร่ได้
  • เมื่อตั้ง billing ใน AI Studio แล้ว billing account นั้นกลายเป็นบัญชีเสียเงิน การใช้ทุกบริการรวมถึง Firebase และ Google Cloud อื่น และ project อื่นบน billing account เดียวกัน จะคิดเงินตามการใช้ เงินเติมล่วงหน้าของ Gemini ไม่ครอบคลุมค่า Firebase หรือ Google Cloud
  • การเพิ่ม billing ไม่ได้ปลดโควตาร่วมของ Firestore ต้องอัปเกรดฐานข้อมูลทีละตัวใน Firebase console ถ้ายังไม่อัปเกรดและโควตาร่วมหมด ทุกฐานข้อมูลในกลุ่มจะ error จนถึงการรีเซ็ตรายวัน
  • credits (เงินเติมล่วงหน้า) ของ Gemini API ขั้นต่ำ $5 หมดอายุ 12 เดือนหลังซื้อและขอคืนเงินไม่ได้ เมื่อยอดเหลือ $0 บริการ Gemini API บน billing account นั้นหยุดทั้งหมด และ project ไม่ถูกปรับกลับไป Free Tier ให้อัตโนมัติ
  • location ของฐานข้อมูล Firebase เลือกแล้วเปลี่ยนไม่ได้ และถูกใช้กับบริการที่ตามมารวมถึง Cloud Run
  • ลบแอปจากหน้า Apps แล้ว Firebase project, ฐานข้อมูล Firestore และการตั้งค่า Authentication ยังอยู่ ต้องไปลบเองใน Firebase console
  • คนที่ได้รับแชร์แอปเห็นโค้ดและ fork ไปทำต่อได้ ส่วน subdomain ใต้ ai.studio จะถูกปล่อยให้คนอื่นจองได้เมื่อ unpublish หรือลบแอป
  • ไฟล์ ZIP ที่ดาวน์โหลดไปจะเรียก Gemini ไม่ได้จนกว่าจะตั้ง GEMINI_API_KEY เองในที่โฮสต์ใหม่
  • แอปที่สร้างก่อน May 14, 2026 จะถูกเอเจนต์อัปเกรดไปใช้ Gemini API แบบฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ในครั้งถัดไปที่มีการแก้ฟีเจอร์ Gemini ของแอปนั้น
  • Starter Tier เตรียม Cloud SQL for PostgreSQL (developer edition) ให้ด้วย นอกจาก Cloud Run, Firebase Authentication และ Firestore แต่ขั้นตอนตั้งค่าใน AI Studio มีแค่ Firestore และ Authentication

คำถามที่คนถามเกี่ยวกับ Google AI Studio Build

Google AI Studio Build คืออะไร

Google AI Studio Build คือ Build mode ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Google AI Studio ใช้สร้างแอปจาก prompt ไปจนถึงแอปที่เผยแพร่ได้จริงด้วย Gemini เปิดใช้ที่ aistudio.google.com/apps สร้างได้ทั้งเว็บแอปแบบ full-stack และแอป Android แบบ native

Google AI Studio สร้างแอปฟรีได้ไหม ฟรีได้แค่ไหน

การใช้ AI Studio ไม่คิดเงินจนกว่าจะผูก API key แบบเสียเงิน และ Starter Tier เผยแพร่ได้สูงสุด 2 แอปโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต แต่ไม่ใช่ทุกบัญชีที่ได้ Starter Tier ไม่ได้บอกขนาดโควตาฟรี และเนื้อหาที่ใช้แบบฟรีถูกนำไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของ Google

Google AI Studio Build ราคาเท่าไร

Build mode ไม่มีแผนสมาชิกของตัวเอง ค่าใช้จ่ายมาจาก 3 ส่วน คือ Gemini API (Free หรือ Paid ที่จ่ายตาม token และเติมเงินขั้นต่ำ $5) ค่าโฮสต์บน Cloud Run (Starter Tier หรือราคา Google Cloud ปกติ) และ Firebase (โควตาร่วมฟรี หรือแผน Blaze ที่จ่ายตามการใช้)

Google AI Studio สร้างแอปยังไง

ล็อกอินด้วย Google Account เปิด aistudio.google.com/apps เลือก web app หรือ Android แล้วพิมพ์อธิบายแอปที่อยากได้ จากนั้นสั่งแก้ในแชตหรือไฮไลต์หน้าจอด้วย annotation mode เมื่อพร้อมกด Publish แล้ว Publish App เพื่อรับ Cloud Run URL

สร้างเสร็จแล้วเอาโค้ดออกมาได้ไหม

ได้ export เป็นไฟล์ ZIP หรือ sync สองทางกับ GitHub สำหรับเว็บแอป แล้วนำไปโฮสต์ที่อื่นได้โดยตั้งค่า GEMINI_API_KEY ในที่โฮสต์ใหม่ โปรเจกต์ Android ได้แค่ ZIP

ทำแอปมือถือได้ไหม

ทำแอป Android แบบ native ด้วย Kotlin และ Jetpack Compose ได้ แต่ขึ้น Play Store ได้แค่ internal testing track ไม่เกิน 100 คน และต้องมี Google Play Developer account ที่มีค่าลงทะเบียนครั้งเดียว $25 ส่วนแอป iOS ไม่รองรับ

ใช้โดเมนตัวเองได้ไหม

ยังไม่มีข้อมูลเรื่องการต่อโดเมนของตัวเอง แอปที่เผยแพร่ได้ Cloud Run URL และตั้ง subdomain ใต้ ai.studio ได้ เช่น https://your-app-name.ai.studio

ทำเว็บขายของรับเงินได้ไหม

ไม่มีระบบรับเงินในตัว ถ้าจะรับเงินต้องสมัคร Stripe เองแล้วใส่ API key ที่ Settings > Secrets ให้โค้ดฝั่งเซิร์ฟเวอร์เรียกใช้

โควตาฟรีหมดแล้วเป็นยังไง

เมื่อโควตาฟรีหมด ใส่ API key ของตัวเองเพื่อทำต่อได้ และระบบจะสลับกลับไปใช้โควตาฟรีให้เองเมื่อ free tier เริ่มรอบใหม่ ถ้าใช้ credits แบบเติมเงินแล้วยอดเหลือ $0 บริการ Gemini API บน billing account นั้นจะหยุด

ไปที่เว็บ Google AI Studio Build aistudio.google.com
ลิงก์อ้างอิง 19 หน้า
  1. ai.google.dev/gemini-api/docs/aistudio-build-mode
  2. ai.google.dev/gemini-api/docs/aistudio-android
  3. firebase.google.com/docs/ai-assistance/ai-studio-integration
  4. ai.google.dev/gemini-api/docs/aistudio-fullstack
  5. ai.google.dev/gemini-api/docs/aistudio-deploying
  6. blog.google/innovation-and-ai/technology/developers-tools/full-stack-vibe-coding-google-ai-studio/
  7. ai.google.dev/gemini-api/terms
  8. ai.google.dev/gemini-api/docs/available-regions
  9. ai.google.dev/gemini-api/docs/api-key
  10. blog.google/innovation-and-ai/technology/developers-tools/introducing-vibe-coding-in-google-ai-studio/
  11. docs.cloud.google.com/docs/starter-tier
  12. ai.google.dev/gemini-api/docs/models
  13. ai.google.dev/gemini-api/docs/aistudio-build-mode
  14. ai.google.dev/gemini-api/docs/pricing
  15. ai.google.dev/gemini-api/docs/billing
  16. ai.google.dev/gemini-api/docs/zdr
  17. ai.google.dev/gemini-api/docs/workspace
  18. ai.google.dev/gemini-api/docs/troubleshoot-ai-studio
  19. ai.google.dev/gemini-api/docs/rate-limits